ความรู้เกี่ยวกับหะดีษ (2)

โดย อ.อันวา  สะอุ


(ต่อจากชุดที่แล้ว)

ตำรารวบรวมหะดีษศอหี้หฺ

นักปราชญ์หะดีษคนแรกที่รวบรวมหะดีษที่ศอหี้หฺเป็นตำรา คือ ท่านอิมาม มุฮัมหมัด บิน อิสมาอีล อัลบุคอรีย์ (มีชีวิตระหว่างปี ฮ.ศ. 194-256) ตำราหะดีษของท่านมีชื่อว่า

 

المسند المختصر من حديث رسول الله صلى الله عليه وسلم وسننه وأيامه الجامع الصحيح

 

หรือเรียกสั้นๆว่า ศอหี้หฺ อัล-บุคอรีย์  صحيح البخاري   ต่อมาท่าน อิมามมุสลิม บิน หัจญาจ(มีชีวิตระหว่างปี ฮ.ศ.204-261) ศิษย์ของท่านอัลบุคอรีย์ได้รวบรวมหะดีษศอหี้หฺเป็นตำราอีก ซึ่งมีชื่อว่าศอหี้หฺมุสลิม  صحيح مسلم

ตำราหะดีษของท่านทั้งสองถือว่าเป็นตำราที่ถูกต้องที่สุดหลังจากอัลกุรอาน นอกจากท่านทั้งสองแล้วยังมีปราชญ์คนอื่นๆที่พยายามรวบรวมหะดีษศอหี้หฺ เช่น อิบนุคุซัยมะฮฺ  , อิบนุหิบบาน เป็นต้น แต่ตำราของท่านเหล่านั้นก็ยังไม่ได้มาตรฐานเท่าตำราศอหี้หฺของอิมามบุคอรีย์และมุสลิม

 

หะดีษ หะสัน حديث حسن

หะดีษหะสัน คือหะดีษที่มีสายรายงานติดต่อกันอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่ต้นสายจนถึงปลายสาย โดยผู้รายงานต้องเป็นผู้มีคุณธรรม แต่สมรรถภาพการจำหย่อน (กว่าหะดีษผู้รายงานหะดีษศอหี้หฺ)  ไม่ขัดแย้งกับผู้สายรายงานอื่นที่น่าเชื่อถือกว่า และไม่มีความบกพร่องที่ซ่อนเร้น

หะดีษหะสันมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับหะดีษศอหี้หฺ แต่จะต่างกันตรงที่สายรายงานบางคนมีความจำไม่ดีเลิศ เหมือนสายรายงานของหะดีษศอหี้หฺ แต่ก็ไม่ถึงขั้นเลอะเลือน

ข้อแตกต่างระหว่างหะดีษหะสันกับหะดีษศอหี้หฺนั้น อยู่ที่การกำหนดเงื่อนไข ความจำของสายรายงาน หากสายรายงานมีความจำดีเลิศ  ضبط تام ก็จัดอยู่ในระดับศอหี้หฺ ถ้าหากสายรายงานสมรรถภาพการจำหย่อนยาน  قل ضبطه ก็จัดอยู่ในระดับหะสัน

ตัวอย่างหะดีษหะสัน

หะดีษที่บันทึกโดยอัตติรมิซีย์ ในกีตาบุ้ล อะด๊าบ เลขที่ 2693 ว่า

 

حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ بَشَّارٍ حَدَّثَنَا يَحْيَى بْنُ سَعِيدٍ حَدَّثَنَا بَهْزُ بْنُ حَكِيمٍ حَدَّثَنِي أَبِي عَنْ جَدِّي قَالَ قُلْتُ يَا رَسُولَ اللَّهِ عَوْرَاتُنَا مَا نَأْتِي مِنْهَا وَمَا نَذَرُ قَالَ احْفَظْ عَوْرَتَكَ إِلَّا مِنْ زَوْجَتِكَ أَوْ مَا مَلَكَتْ يَمِينُكَ فَقَالَ الرَّجُلُ يَكُونُ مَعَ الرَّجُلِ قَالَ إِنْ اسْتَطَعْتَ أَنْ لَا يَرَاهَا أَحَدٌ فَافْعَلْ قُلْتُ وَالرَّجُلُ يَكُونُ خَالِيًا قَالَ فَاللَّهُ أَحَقُّ أَنْ يُسْتَحْيَا مِنْهُ

قَالَ أَبُو عِيسَى: هَذَا حَدِيثٌ حَسَنٌ وَجَدُّ بَهْزٍ اسْمُهُ مُعَاوِيَةُ بْنُ حَيْدَةَ الْقُشَيْرِيُّ....

( أخرجه الترمذي برقم 2693 كتاب الأدب/ باب:ماجاء في حفظ العورة)

 

ความหมายของหะดีษ  (มุอาวิยะฮฺ บิน หัยดะฮฺ) กล่าวว่า “ฉันได้กล่าวถามท่านรอซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า เอาเราะฮฺของพวกเรานั้นเมื่อใดต้องปกปิด และเมื่อใดที่ถูกยกเว้น” ท่านนบีจึงกล่าวว่า “จง ปกปิด เอาเราะฮฺของท่าน นอกเสียจากว่าเจ้าอยู่กับภรรยาหรือทาสีของเจ้า”  เขาได้กล่าวอีกว่า “หากผู้ชายอยู่ต่อหน้าผู้ชายอีกคน ต้องปกปิดเอาเราะฮฺไหม” ท่านนบีตอบว่า “ถ้าหากว่าเจ้าสามารถที่จะปกปิดมิให้ใครเห็นมันแล้วก็จงทำ” เขาได้ถามอีกว่า “ถ้าหากเขาอยู่คนเดียวตามลำพังเขาต้องปกปิดเอาเราะฮฺหรือไม่”ท่านนบีตอบว่า “แท้จริงเขาควรละอายต่ออัลลอฮฺ มากกว่าตัวเขาเสียอีก”

อบูอีซา (อัตติรมีซีย์) กล่าวว่า “หะดีษบทนี้เป็นหะดีษ หะสัน ปู่ของบะฮฺซฺ มีชื่อว่า มุอาวิยะฮฺ บิน หัยดะฮฺ อัล-กุชัยรีย์....”

บันทึกโดย อัตติรมิซีย์ หมายเลขหะดีษ 2693/ กิตาบ อัล-อะด๊าบ/  บาบ เกี่ยวกับการปกปิดเอาเราะฮฺ

หะดีษบทนี้เป็นหะดีษหะซัน เนื่องจากผู้รายงานทั้งหมดเป็นผู้เชื่อถือได้ทั้งสิ้น ثقة  นอกจากบะฮฺซฺ บิน หะกีม  เพราะนักวิจารณ์หะดีษได้จัดเขาอยู่ในระดับ เศาะดู๊ก صدوق( มีสัจจะ)  แต่สายรายงานที่เขารายงานจากพ่อของเขา พ่อจากปู่ จัดอยู่ในระดับสุดยอดหะดีษหะซัน           

ประเภทของหะดีษ หะซัน

หะดีษหะสันนั้นแบ่งออกเป็น สองประเภท ดังนี้

1. หะดีษหะสัน ลิษฺาติฮฺ   حسن لذاتهคือ หะดีษที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับหะดีษศอหี้หฺ แต่จะต่างกันตรงที่สายรายงานบางคนมีความจำไม่ดีเลิศ เหมือนสายรายงานของหะดีษศอหีหฺ แต่ก็ไม่ถึงขั้นเลอะเลื่อนหรือหะดีษศอหี้หฺลิฆอยริฮฺ ตามที่ได้นิยามมาแล้ว

ตัวอย่างหะดีษหะสัน ลิษฺาติฮฺ หะดีษที่บันทึกโดยอัตติรมิซีย์

 

حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ إِسْمَعِيلَ حَدَّثَنَا عَلِيُّ بْنُ الْحَسَنِ حَدَّثَنَا الْحُسَيْنُ بْنُ وَاقِدٍ حَدَّثَنَا أَبُو غَالِبٍ قَال سَمِعْتُ أَبَا أُمَامَةَ يَقُولُ قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ثَلَاثَةٌ لَا تُجَاوِزُ صَلَاتُهُمْ آذَانَهُمْ الْعَبْدُ الْآبِقُ حَتَّى يَرْجِعَ وَامْرَأَةٌ بَاتَتْ وَزَوْجُهَا عَلَيْهَا سَاخِطٌ وَإِمَامُ قَوْمٍ وَهُمْ لَهُ كَارِهُونَ

 قَالَ أَبُو عِيسَى هَذَا حَدِيثٌ حَسَنٌ غَرِيبٌ مِنْ هَذَا الْوَجْهِ وَأَبُو غَالِبٍ اسْمُهُ حَزَوَّرٌ

(أخرجه الترمذي برقم :328 كتاب الصلاة /باب فيمن أم قوما وهم له كارهون)

 

ความหมายของหะดีษ  สามจำพวกที่การละหมาดของพวกเขานั้นเสียเปล่าคือ ทาสที่หนีจนกว่าเขาจะกลับมาหานายของเขา, สตรีที่นอนในสภาพที่สามีของนางไม่พอใจต่อนาง และคนที่เป็นผู้นำในการละหมาดแต่ผู้ตามนั้นรังเกียจในตัวเขา

บันทึกโดย อัตติรมิซีย์ หมายเลขหะดีษ 328/ กิตาบ อัศ-เศาะลาฮฺ/  บาบ ผู้ทีเป็นอิหม่ามนำละหมาดในขณะที่มะอฺมูม(ผู้ตาม) รังเกียจตัวเขา

หะดีษนี้เป็นหะดีษหะสันเนื่องจากผู้รายงานทั้งสี่ต่างก็เป็นผู้ที่เชื่อถือได้ นอกจากอะบูฆอลิบ    เพียงคนเดียว เพราะนักวิจารณ์หะดีษระบุว่าเป็น เศาะดู๊กยุคติ    صدوق يخطئ  (มีสัจจะและมีความผิดพลาดในการรายงานหะดีษในบางครั้ง)         

 

2. หะดีษหะซันลิฆอยริฮฺ  حسن لغيرهคือ หะดีษอ่อน(ฎออีฟ)แต่ได้รับการสนับสนุนจากสายรายงานอื่น ซึ่งมีฐานะเดียวกันหรือเหนือกว่า จนสามารถเลื่อนฐานะเป็น หะสัน ลิฆอยริฮฺ ( เป็นหะสัน โดยมีสายรายงานอื่นมาสนับสนุน )

 

เงื่อนไขในการเลื่อนฐานะหะดีษ ฎออีฟเป็นหะสันลิฆอยริฮฺ

·       ผู้รายงานหะดีษนั้นต้องไม่ถูกระบุว่าเป็น กาซิบ كاذب (คนพูดโกหก) หรือฟาสิก فاسق  (ผู้ทำบาปใหญ่หรือบาปเล็กบ่อยๆ)

·       มีสายรายงานอื่นมาสนับสนุนซึ่งมีฐานะเดียวกันหรือเหนือกว่า

·       ต้องไม่เป็นหะดีษ ชาษฺ شاذ (ขัดแย้งกับสายรายงานที่เหนือกว่า)

 

ตัวอย่างหะดีษหะสัน ลิฆอยริฮฺ  

ท่านอิมามอัตติรมิซีย์ ได้บันทึกว่า

 

حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ بَشَّارٍ حَدَّثَنَا يَحْيَى بْنُ سَعِيدٍ وَعَبْدُ الرَّحْمَنِ بْنُ مَهْدِيٍّ وَمُحَمَّدُ بْنُ جَعْفَرٍ قَالُوا حَدَّثَنَا شُعْبَةُ عَنْ عَاصِمِ بْنِ عُبَيْدِ اللَّهِ قَال سَمِعْتُ عَبْدَ اللَّهِ بْنَ عَامِرِ بْنِ رَبِيعَةَ عَنْ أَبِيهِ أَنَّ امْرَأَةً مِنْ بَنِي فَزَارَةَ تَزَوَّجَتْ عَلَى نَعْلَيْنِ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ أَرَضِيتِ مِنْ نَفْسِكِ وَمَالِكِ بِنَعْلَيْنِ قَالَتْ نَعَمْ قَالَ فَأَجَازَهُ

( أخرجه الترمذي برقم : 1031, كتاب النكاح/ باب: ماجاء من مهور النساء)

 

ความหมายของหะดีษ  มีสตรีจากเผ่าฟะซาเราะฮนางหนึ่ง ได้แต่งงานโดยได้รับสินสอดเป็นรองเท้าหนึ่งคู่ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวแก่นางว่า เจ้ายินยอมที่แต่งงานด้วยสินสอดที่เป็นรองเท้าหนึ่งคู่หรือ นางตอบว่า ใช่ ดังนั้นท่านนบีจึงอนุญาตให้แต่งงานได้.

บันทึกโดย อัตติรมิซีย์ หมายเลขหะดีษ 1031/ กิตาบ อัน-นิกาหฺ /บาบ เกี่ยวกับค่าสินสอดของสตรี

 

* ข้อสังเกตุ อักษรที่พิมพ์ด้วยสีดำ คือ อิสน๊าดหรือสายรายงาน อักษรสีเขียวคือตัวบทหะดีษ ส่วนอักษรสีนำเงินคือ ที่มาของหะดีษ

 

จากตัวอย่างหะดีษข้างต้น พบว่าในสายรายงานนั้น มีจุดบกพร่องอยู่ที่ อาศิม บิน อุบัยดิลลาฮฺ عَاصِمِ بْنِ عُبَيْدِ اللَّهِ นักวิจารณ์หะดีษได้กล่าวถึงตัวเขาว่า เป็นผู้มีความจำอยู่ในขั้นเลว سؤ الحفظ 

ดังนั้นสายรายงานที่มี อาศิมบิน อุบัยดิลละฮฺ รวมอยู่ด้วยนั้นเป็นสายรายงานที่อ่อน    แต่เนื่องจากหะดีษนี้ยังมีกระแสรายงานอื่นอีกมาสับสนุนซึ่งได้แก่ กระแสของ ท่านอุมัร, อบูฮุรัยเราะฮฺ, สัหลฺ บิน สอัด, อบีสะอีด, อนัส, อาอิชะฮฺ, ญาบิร, และอบีหัดร็อด อัล-อัสละมีย์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุม      หะดีษนี้จึงได้เลื่อนฐานะจากฎออีฟ (อ่อน) ขึ้นเป็น หะดีษหะสัน ลิฆอยริฮฺ

 

หุก่มของหะดีษ หะซัน

บรรดาปราชญ์ไม่ขัดแย้งเลยว่า หะดีษหะสัน นั้นสามารถนำมาอ้างอิงได้ เหมือนหะดีษศอหี้หฺ ดังนั้นมีนักปราชญ์หะดีษบางคนเช่น อิบนุหิบบาน อิบนุคุซัยมะฮฺ อัลหากิม และอิบนุสะกัน เป็นต้นได้รวบรวมหะดีษศอหี้หฺกับหะสันในตำราเล่มเดียวกันและมีทัศนะว่าหะดีษทั้งสองประเภทนั้นเป็นหะดีษศอหี้หฺทั้งหมด

 

สำนวนการวินิจฉัยหะดีษของอัตติรมิซีย์

حديث حسن صحيح มี 2 ความหมาย

·       หากหะดีษมีสองกระแสรายงานหรือมากกว่า กระแสที่หนึ่งอยู่ในระดับหะสัน ส่วนอีกกระแสหนึ่งอยู่ในระดับศอหี้หฺหากหะดีษมีกระแสเดียว ก็หมายถึง บางปราชญ์ถือว่าหะสัน ส่วนอีกฝ่ายก็ว่าศอหี้หฺ

1.      حسن غريب ولانعرفه إلا من هذا الوجه  หมายถึงหะดีษนี้เป็นหะดีษหะสันลิษฺาติฮฺ

2.      حسن غريب وإسناده ليس بمتصل  หมายถึงนี้ฎออีฟ(อ่อน)

3.      حسن صحيح غريب/صحيح حسن غريب  หมายถึงหะดีษหะสันที่มีสายรายงานกระแสเดียว ซึ่งเกือบถึงขั้นหะดีษศอหี้หฺ

 

ตำราที่มีหะดีษหะสัน

หะดีษหะสันส่วนใหญ่แล้วเรามักจะพบใน ตำราดังต่อไปนี้

1.      สุนัน   السنن เช่น สุนัน อัตติรมิซีย์, สุนันอะบีดาวูด

2.      มุสนั๊ด المسندเช่น มุสนั๊ด อิมามอัฮหมัด, มุสนั๊ด อัลหุมัยดีย์

3.      มุศ็อนนั๊ฟ   المصنف   เช่น มุศ็อนนั๊ฟ อับดุรรอซาก, มุศ็อนนั๊ฟ อิบนุอะบีชัยบะฮฺ