ความรู้เกี่ยวกับหะดีษ (5)

โดย อ.อันวา  สะอุ


ประเภทหะดีษฎออีฟ(ต่อ)

 

หะดีษมุดัลลัส المدلس

              คือหะดีษที่มีการปกปิดอำพรางในสายรายงานเพื่อให้เห็นว่าเป็นสายรายงานที่สมบูรณ์ไม่มีข้อบกพร่องใดๆ 

             ในภาษาอาหรับเรียกการกระทำดังกล่าวว่า  تدليس ตัดลีส(การอำพราง) เรียกคนที่กระทำดังกล่าวว่า مدلس มุดัลลิส(ผู้อำพราง) ส่วนหะดีษนั้นเราเรียกว่าحديث مدلس   หะดีษมุดัลลัส(หะดีษที่ถูกอำพราง)

เหตุที่ทำให้เกิดการตัดลีส

             เหตุที่ทำให้ผู้รายงานหะดีษบางคนอำพรางกระบวนการรายงานมีหลายประการ ส่วนใหญ่แล้วทำไปเพื่อปกปิดข้อบกพร่องในสายรายงาน เช่นในสายรายงานนั้นมีผู้ที่อ่อนแอรวมอยู่ด้วย แต่อยากให้สายรายรายงานนั้นดูมีค่าก็เลยตัดผู้ที่อ่อนแอออกจากสายรายงานให้เหลือแต่ผู้ที่มีความเชื่อถือ

การตัดลีสนั้นมี 2 ประเภท

1.    تدليس الإسناد   ตัดลีส อัล-อิสนาด  (ปกปิดอำพรางในกระบวนการรายงาน) ตัดลีส ประเภทนี้  มี 4 รูปแบบด้วย ดังต่อไปนี้

1.1 تدليس الإسقاط    ตัดลีส อัลอิสกอฏ คือการที่ผู้รายงานได้รายงานหะดีษจากบุคคลที่เขาได้พบเจอกันและเคยฟังหะดีษแต่ทว่าเขาไปรายงานในสิ่งที่เขาไม่เคยฟังมา เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าเขาได้ฟังหะดีษนั้นจากบุคคลดังกล่าว

             หรืออีกนัยหนึ่ง การที่ผู้รายงานได้รายงานหะดีษจากบุคคลที่เขาได้เคยเจอกันแต่ไม่เคยฟังหะดีษจากบุคคลดังกล่าวเพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าเขาได้ฟังหะดีษนั้นจากบุคคลดังกล่าว

ตัวอย่าง หะดีษที่บันทึกโดยอบูอะวานะฮฺ

عن الأعمش عن إبراهيم التيمي عن أبيه عن أبي ذر رضي الله عنه أن النبي صلى الله عليه وسلم قال :فلان في النار ينادي ياحنان يامنان

ความว่า จากอัลอะอฺมัช จาก อิบรอฮีม อัตตัยมีย์ จาก พ่อของเขา จาก อะบีซัร รอฎิยัลลอฮุอันฮฺ แท้จริงท่านนบีได้กล่าวว่า บุคคลหนึ่งอยู่ในนรกแล้วร้องเรียกอัลลอฮฺว่า ยาหันนาน! ยามันนาน!

        อบูอะวานะฮฺถามอัลอะอฺมัชว่า ท่านได้ยินหะดีษมาจากอิบรอฮีมด้วยตัวท่านเองหรือ อัลอะอฺมัชตอบว่า เปล่า! หะกีม บิน ญุบัยรต่างหาก ที่รายงานหะดีษนี้แก่ฉัน

            โดยทั่วไปแล้วสำนวนการรายงานที่ติดต่อต่อเนื่องการผู้รายงานจะใช้คำว่า أخبرني อัคบะเราะนี(ได้เล่าแก่ฉันว่า...)  حدثنا  หัดดะษะนา(ได้รายงานแก่ฉันว่า.....)  سمعت  สะมิอฺตุ(ฉันได้ยินว่า...)

                   ส่วนในการตัดลีสจะใช้สำนวนที่ไม่ชัดเจนและคลุมเครือเช่น عن  อัน(จาก....) ซึ่งไม่สามารถเจาะจงได้ว่าเขารายงานจากสายสืบหะดีษจริงหรือว่าเขารายงานมาจากบุคคลอื่นอีกที่

1.2    تدليس التسوية  ตัดลีส อัต-ตัสวียะฮฺ  คือผู้รายงานได้รายงานข้ามคนเฎาะอีฟ(อ่อน) ซึ่งอยู่ระหว่างสองคนที่เชื่อถือได้(ศิเกาะฮฺ)และสองคนนี้อยู่ในสมัยเดียวกันเคยพบเจอกัน เพื่อให้ดูว่าสายรายงานนั้นเป็นสายรายงานที่ศอหี้ห ซึ่งมีรูปแบบดังนี้

·       รูปแบบการรายงานก่อนการตัดลีส

               ผู้รายงาน [ ผู้เชื่อถือได้[    ผู้ที่อ่อน[    ผู้เชื่อถือได้

·       รูปแบบการรายงานหลังการตัดลีสแล้ว(ผู้ที่อ่อนจะถูกตัดไป)

                      ผู้รายงาน [   ผู้เชื่อถือได้  [   ผู้เชื่อถือได้

              นักรายงานหะดีษที่มักกระทำการตัดลีสประเภทนี้บ่อยมีท่าน บะกียะฮฺ บิน วะลีด อัลหิมศีย์ , อัลวะลีด บิน มุสลิม อัดดิมัชกีย์

1.3 تدليس القطع   ตัดลีส อัลกอฏอฺ คือ การที่มุดัลลีสได้ตัดสำนวนการรายงานจากผู้รายงานหะดีษ ดังเช่นเหตุการณ์ที่ อะลี บิน ค็อชรอม ได้เล่าว่า “พวกเราได้นั่งฟัง อิบนุอุยัยนะฮฺ รายงานหะดีษ ทั่นใดนั้น อิบนุอุยัยนะฮฺกล่าวว่า  อัซซุฮรีย์   มีคนหนึ่งถามเขาว่า อัซซุฮรีย์ได้เล่าหะดีษแก่ท่านหรือ? อิบนุอุยัยนะฮฺเงียบไปสักครู่ไม่ตอบคำถาม แล้วก็กล่าวอีกครั้งว่า  อัซซุฮรีย์  ก็มีคนถามเขาอีกว่า อัซซุฮรีย์ได้เล่าหะดีษแก่ท่านหรือ? สุดท้ายอิบนุอุยัยนะฮฺตอบว่า ฉันไม่ได้ฟังหะดีษจากอัซซุฮรีย์หรอก ที่จริงแล้ว อับดุรรอซาก ต่างหากที่ได้เล่าหะดีษแก่ฉัน จาก มะอฺมัร จาก อัซซุฮรีย์”

1.4 تدليس العطف   ตัดลีส อัลอัฏฟฺ คือ การที่ผู้รายงานได้ยืนยันชัดเจนว่าเขาได้ฟังหะดีษมาจากอาจารย์ของเขาจริง แต่ทว่าเขาไปผนวกเอาอาจารย์อีกคนมาใส่ในสายรายงานทั้งๆที่เขาไม่ได้ฟังหะดีษนั้นจากอาจารย์คนดังกล่าวเลย

             ดังเหตุการณ์ที่อัลหากิมได้เล่าว่า “มีรายงานมาว่าบรรดาลูกศิษย์ของ ฮุชัยมฺ ได้ตกลงกันว่าในวันนี้พวกเขาจะไม่รับหะดีษที่ฮุชัยมฺผู้เป็นอาจารย์ ทำการตัดลีส แต่ทว่าฮุชัยมฺได้รู้ทันพวกเขา ครั้นเมื่อฮุชัยมฺได้รายงานหะดีษ เขาจะกล่าวสายรายงานว่า عن حصين ومغيرة عن إبراهيم  (จากหุศ็อยนฺและมุฆีเราะฮฺ จากอิบรอฮีม) เมื่อฮุชัยมฺรายงานหะดีษเสร็จก็ถามลูกศิษย์ของเขาว่า วันนี้พวกเจ้าพบว่าฉันตัดลีสหรือเปล่า? บรรดาลูกศิษย์ต่างตอบว่า ไม่พบว่าท่านทำการตัดลีสแต่อย่างใด ฮุชัยมฺกล่าวว่า ที่จริงแล้วฉันไม่ได้ฟังหะดีษนี้จากมุฆีเราะฮฺเลยแม้คำเดียว”

 

2.    تدليس الشيوخ   ตัดลีส อัช-ชุยูค (ปกปิดอำพรางในตัวอาจารย์)

คือการที่ผู้รายงานได้รายงานหะดีษจากอาจารย์ที่เขาได้ฟังหะดีษมาด้วยตัวเอง โดยระบุชื่อ,ฉายา หรือชื่อเรียก ของอาจารย์ท่านนั้นด้วยชื่อที่คนทั่วไปไม่รู้จักมักคุ้นทั้งนี้เพื่ออำพรางในตัวอาจารย์ไม่ให้คนอื่นรู้

ตัวอย่าง เคาะฏีบ อัลบัฆดาดีย์ ได้บันทึกหะดีษบทหนึ่งในหนังสือ อัรริหละฮฺ ฟี เฏาะละบิล หะดีษ โดยมีสายรายงานดังนี้ عن الحسن بن محمد الخلال   (จากอัลหะสัน บินมุหัมหมัด อัลค็อลล้าล) เคาะฏีบ อัลบัฆดาดีย์ได้ทำการตัดลีสชื่ออาจารย์ของเขาคนนี้ ว่า  الحسن بن أبي طالب (อัลหะสัน บิน อะบีฏอลิบ) ที่จริงทั้งสองเป็นคนเดียวกัน

สาเหตุที่นักรายงานบางคนอำพรางชื่ออาจารย์ของตน

1.          เพื่อปกปิดสถานภาพของอาจารย์เพราะเขาเป็นผู้ที่อ่อน ผู้ใดที่ตัดลีสด้วยจุดประสงค์นี้ถือว่าเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง

2.          เนื่องจากบุคลลที่เขารับหะดีษมานั้นมีความอวุโสน้อยกว่าเขา

3.          เพื่อให้เห็นว่าเขามีอาจารย์หลายคน

4.          เพื่องลองภูมิหรือทดสอบความไหวพริบของนักวิชาการหะดีษที่ครำหวอดกับสายรายงานว่ามีความละเอียดอ่อนเพียงใด

 

หุก่มของการตัดลีส

                      การตัดลีสทุกประเภทถือว่าเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ท่านชุอฺบะฮฺ บินหัจญาจ กล่าวว่า “ให้ฉันซินา(ผิดประเวณี)ดีกว่าให้ฉันทำการตัดลีส”และท่านยังกล่าวอีกว่า “การตัดลีสคือเพื่อนของการโกหก” รูปแบบของการตัดลีสที่เลวที่สุดคือ ตัดลีส อัตตัสวิยะฮฺ เนื่องจากเป็นการตัดลีสอำพรางผู้รายงานที่อ่อนแอ เพื่อให้สายรายงานนั้นดูเป็นสายรายงานที่ศอหี้หฺ

                      ส่วนการตัดลีสรูปแบบอื่น อุลามาอ์จะแยกว่า

·       หะดีษที่รายงานโดยมุดัลลีสด้วยสำนวนการรายงานที่ไม่ชัดเจนคลุมเครือและเขาก็ไม่ได้ยืนยันว่าหะดีษนั้นเขาฟังด้วยตนเอง สายรายงานถือว่าไม่เป็นที่ยอมรับเนื่องจากเป็นสายรายงานที่ขาดตอน

·       หากผู้รายงานเป็นผู้ที่เชื่อถือได้ และเขาได้ยืนยันว่าได้ฟังหะดีษด้วยตนเอง เขา สายรายงานนั้นก็ถือว่ารับได้ 

                    อุลามะอ์หะดีษบางท่านมีทัศนะว่า “หากการตัดลีสนั้นมีเจตนาที่จะปกปิดข้อบกพร่องบางอย่าง การกระทำของเขาถือว่าหะรอม(เป็นสิ่งต้องห้าม) แต่ถ้าหากเขามิได้มีเจตนาดังที่กล่าวมาก็ยังอนุโลมให้”

                    นักวิชาการส่วนใหญ่(ญุมฮูรฺ) เห็นว่า อนุญาตให้รับการตัดลีสของบุคคลที่เรารู้ว่าเขาไม่เคย   ตัดลีส นอกจากผู้ที่เชื่อถือได้เท่านั้น เฉกเช่นท่าน สุฟยาน อัซเซารีย์,  เกาะตาดะฮฺ, อัลอะอฺมัช, อิบนุอุยัยนะฮฺ  เป็นต้น

                  

หะดีษมุรสัล เคาะฟีย์ المرسل الخفي

                   คือ หะดีษที่ผู้รายงานได้รายงานจากบุคคลที่มีชีวิตในสมัยเดียวกัน แต่ทว่าเขาไม่ได้ฟังหะดีษนั้นจากบุคคลดังกล่าวด้วยตัวเขาเอง และก็ไม่เคยพบเจอกันมาก่อน

                  หะดีษประเภทนี้เป็นชนิดหนึ่งของการขาดตอนในสายรายงานแต่เป็นการขาดตอนที่มองไม่เห็นเนื่องจากผู้รายงานทั้งสองมีชีวิตในสมัยเดียวกัน

ตัวอย่างหะดีษที่อัตติรมิซีย์ได้บันทึกใน หนังสือ อัลอิลัล อัลกะบีร

عن إبرهيم بن عبد الله الهروي نا هشيم أنا يونس بن عبيد الله عن نافع عن ابن عمر قال قال رسول الله صلى الله عليه وسلم: مطل الغني ظلم وإذا أحلت على ملئ فاتبعه ولا تبع بيعتين في بيعة

ความว่า จากอิบรอฮีม บินอับดุลลอฮฺ อัลฮะเราะวีย์ (ได้เล่าแก่เรา) ฮุชัยมฺ (ได้เล่าแก่เรา) ยุนุส บินอุบัยดิลลาฮฺ จากนาฟิอฺ จาก อิบนุอุมัร ได้กล่าวว่า ท่านเราะซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้กล่าวว่า “การผลัดหนี้ของคนรวยนั้นถือเป็นการกระทำที่อธรรมดังนั้นเมื่อบุคคลใดถูกโอนหนี้ก็จงไปตามเก็บจากลูกหนี้ที่รวยและอย่าซื้อ-ขายที่มีข้อตกลงสองแบบในการซื้อขายเดียว”

ความแตกต่างระหว่างมุรสัลเคาะฟีย์กับการตัดลีส

1.    ในการตัดลีสผู้รายงานจะรายงานจากบุคคลที่เขาเคยพบเจอเคยได้ยินแต่ไปรายงานในสิ่งอื่นที่เขาไม่ได้ฟังมา และใช้สำนวนทีคลุมเครือ ส่วนมุรสัลเคาะฟีย์นั้นผู้รายงานจะรายงานจากบุคคลที่เขาไม่เคยพบเจอไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่อยู่ในสมัยเดียวกันเท่านั้น

2.    ในการตัดลีสผู้รายงานจะใช้สำนวนการรายงานที่คลุมเครือทำให้คนอื่นเข้าใจว่าเขาฟังหะดีษมาด้วยตัวเอง แต่มุรสัลเคาะฟีย์จะใช้สำนวนการรายงานที่ชัดเจน  หากในการตัดลีสผู้รายงานระบุชัดเจนว่าเขาไม่ได้ฟังหะดีษนั้นด้วยตัวเอง หะดีษนั้นก็จะกลายเป็นมุรสัลทันที

เราจะรู้ว่าเป็นมุรสัลเคาะฟีย์ได้อย่างไร?

1.    รู้ได้จากการที่อุละมาอ์ระบุว่าทั้งสองไม่เคยได้พบเจอกัน หรือจากการสืบปีที่เกิด-ตายของผู้รายงาน

2.    รู้ได้จากการที่อุละมาอ์ระบุว่าผู้รายงานนั้นไม่เคยได้ยินจากบุคคลนั้นเลย

3.    รู้ได้จากการที่อุละมาอ์ระบุว่าผู้รายงานนั้นไม่เคยได้ยินจากบุคคลนั้นเฉพาะหะดีษนั้นเท่านั้น

4.    ในกระแสรายงานอื่นๆปรากฏว่ามีผู้รายงานหะดีษเพิ่มเติมจากสายรายงานแรก