ผู้จัดพิมพ์หนังสือฟะฎออิลุ้ลอะม้าลที่ใหญ่ที่สุดซึ่งอยู่ ณ ประเทศอินเดียได้ทำการเตาบัตขออภัยโทษ

รายงานพิเศษโดยสัยยิดอับดุล กอยูม ณ วันที่ 29 เดือน 12 ปี 2002

ได้มาจากบทสัมภาษณ์คุณมุฮัมมัด อากีล

หนังสือฟะฎออิลุ้ลอะม้าลซึ่งเขียนโดย เมาลานา ซะการียา คัลเดลวี เป็นหนังสือที่ญะมาอัต ตับลีฆได้ใช้ในการเผยแผ่งานดะอ์วะฮ์ มันเป็นหนังสือเพียงเล่มเดียวที่กลุ่มตับลีฆอนุญาตให้นำมาอ่านในการรวมตัวของพวกเขา และได้มีการเน้นกันเป็นพิเศษในการให้ความสำคัญกับมันจนถึงขั้นว่าพวกเขาได้อ่านหนังสือเล่มนี้ในทุกๆเวลาหลังละหมาดฟัรฎู ซึ่งมีความเชื่อที่ผิดเพี้ยนจำนวนมากในหนังสือเล่มนี้ และก็ยังมีเรื่องเล่าต่างๆที่เหมือนกับนิทานที่หาที่มาที่ไปไม่ได้ ซึ่งเป็นเหตุทำให้เสียอะกีะฮ์ที่ถูกต้อง มันเป็นเช่นนี้อยู่ครึ่งศตวรรษแล้ว

คุณมุฮัมมัด อะนัส ผู้เป็นผู้จัดการในการจัดพิมพ์หนังสือฟะฎอิลุ้ลอะม้าลได้ออกมาประกาศต่อต้านและแสดงความน่ารังเกียจต่อหนังสือเล่มนี้อย่างเปิดเผย หลังจากที่ได้ตรวจพบความผิดพลาดอันร้ายแรงหลายอย่างในหนังสือเล่มนี้ คุณมุฮัมมัด อะนัสได้ยอมรับอย่างเปิดอกว่า “อัลกุรอานและซุนนะฮ์ของท่านศาสดา (ซล) ที่แท้จริงเท่านั้นที่จะเป็นที่มาของศาสนา และนั่นเป็นหนทางของอะห์ลุลหะดีษ”

คุณมุฮัมมัด อะนัสได้บอกว่า “เมื่อผมต้องการจะรู้สิ่งใดที่เกี่ยวกับกฎการปฏิบัติต่างๆตามอิสลามในชีวิตประจำวันแล้ว ผมก็จะหันไปดูฟิกฮ์ของแนวหะนะฟีย์ ทั้งนี้ก็เพราะว่าเราได้เติบโตมากับสภาวะแวดล้อมเช่นนี้ ดังนี้เมื่อเราได้กลับไปดูในหนังสือต่างๆเหล่านั้น ก็จะไม่พบหลักฐานอ้างอิงหรือแหล่งอ้างอิงในหนังสือเหล่านั้นเลย แต่เป็นเพียงคำกล่าวอ้างที่มาจากอาลิมผู้รู้บางท่าน ซึ่งผมรู้สึกว่ามันเป็นคำกล่าวที่มาจากตัวของเขาเอง ซึ่งไม่สามารถนำมายึดเป็นหลักฐานได้ ดังนั้นผมจึงไม่พอใจที่จะยอมรับมัน ด้วยเหตุนี้ผมจึงเริ่มแสวงหาความจริง ทั้งนี้ก็เพราะว่ากฎการปฏิบัติต่างๆจะต้องได้มาจากแหล่งอ้างอิงที่มาจากหะดีษที่เชื่อถือได้ หลังจากนั้นผมก็ได้เริ่มค้นหาและอ่านหนังสือต่างๆ ซึ่งทำให้รู้ถึงความแตกต่างกันเป็นอย่างมากถึงแนวทางของหะนะฟีย์กับอัลกุรอานและซุนนะฮ์ของท่านศาสดา(ซล)”

คุณอะกีล ได้ถามคุณมุฮัมมัดในบทสัมภาษณ์ว่า

ข้อมูลแปลจากเว็บไซท์

http://www.ahya.org/amm/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=192