ทำไมมุสลิมจึงร่วม พิธีทำบุญประเทศ ไม่ได้ ?
ประเด็นถัดมา
อิสลามระบุให้มุสลิมเชื่อว่า
ทุกสิ่งที่เกิดกับวิถีชีวิตของตนนั้นล้วนมาจากพระองค์อัลลอฮฺทั้งสิ้น
ไม่ใช่มาจากความเชื่อในเรื่องการโคจรของดวงดาว
หรือไม่ใช่มาจากความเชื่อที่มาจากปรากฏการณ์ของโลก
ฉะนั้นมุสลิมจึงห้ามที่จะให้ชะตาชีวิต หรือชะตากรรมของชีวิตไปผูกไว้กับดวงดาว
หรืออำนาจอื่นใดทั้งสิ้น ดั่งหลักฐานจากท่านเซด บินคอลิด อัลญุฮันนีย์ ได้รายงานว่า
ท่านรสูลุลลอฮฺ
ได้นำพวกเรานมาซศุบหฺที่ (ตำบล)
หุดัยบิยะฮฺขณะยังคงมีร่องรอยของฝนที่ตกลงมาเมื่อคืน เมื่อเสร็จแล้วท่านนบีก็หันหน้ามาหาผู้คนทั้ง พลางกล่าวว่า พวกท่านทั้งหลายรู้ไหมว่าพระผู้อภิบาลของพวกท่านกล่าวเช่นใด
พวกเขาตอบว่า อัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์ย่อมรู้ดียิ่ง (ท่านรสูลกล่าวต่อว่า) พระองค์อัลลอฮฺได้ทรงตรัสว่า ส่วนหนึ่งจากบ่าวของฉันตื่นขึ้นมามีทั้งผู้ศรัทธาและผู้ปฏิเสธศรัทธา โดยผู้ใดกล่าวว่าฝนที่ตกแก่พวกเราด้วยความโปรดปราณและความเมตตาของอัลลอฮฺ นั่นถือว่าเขาคือผู้ศรัทธาต่อฉัน
และปฏิเสธการศรัทธาต่อดวงดาว ส่วนผู้ใดที่กล่าวว่าฝนที่ตกลงมาด้วยอิทธิพล
(การโคจร) ของดาวดวงนั้นดวงนี้ นั้นแหละเขาเป็นผู้ปฏิเสธการศรัทธาต่อฉัน
และศรัทธาต่อดวงดาว 5
ประเด็นสุดท้าย เมื่อการทำบุญประเทศ โดยจะเรียกว่า พิธีสยามมงคล หรือ การสะเดาะเคราะห์ประเทศ
หรือจะเรียกในชื่อใดก็ตามที
แต่เป้าหมายในการจัดงานล้วนมีความเชื่อที่มิใช่ความเชื่อของอิสลามเข้ามาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น
ด้วยเหตุนี้เอง บรรดามุสลิมในประเทศไทยทุกคน
ไม่ว่ามุสลิมผู้นั้นจะมีตำแหน่งเป็นจุฬาราชมนตรี จนกระทั่งถึงมุสลิมที่เป็นชาวบ้านไม่อนุญาตโดยเด็ดขาดที่จะเข้าร่วมพิธีกรรมข้างต้นได้เลยแม้แต่น้อย
เพราะเป็นความเชื่อที่ขัดกับหลักการของอิสลามอย่างสิ้นเชิง
อีกทั้งเมื่อเป็นความเชื่อในเรื่องของศาสนา
ก็ต้องให้เกียรติกันในเรื่องของความเชื่อ
โดยต่างคนก็ต่างปฏิบัติในแต่ละความเชื่อของตนเองก็แล้วกัน
ดั่งที่พระองค์อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ว่า สำหรับพวกท่านคือศาสนาของพวกท่าน
และสำหรับฉัน คือศาสนา
(ของฉัน) 6
2. ท่าน พล.อ.สนธิให้สัมภาษณ์ว่า เนื่องจากมีคนพูดว่าในช่วงเดือนสองเดือนข้างหน้าสถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยดี! แสดงว่ามีจิ้งจกทัก เรื่องแบบนี้คนโบราณว่าไว้ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ถ้าจะฟังหูไว้หูก็ไม่เห็นเสียหาย ผมเองลองมานั่งเปิดดู หนังสือศาสตร์แห่งโหร ปี 2550 ฉบับล่าสุดของมติชน แล้วใจหาย เมื่อมาอ่านดวงเมืองที่ท่านอาจารย์ โสรัจจะ นวลอยู่
ผู้สมถะ และมีอาชีพหลักเป็นนักวิศวกรและข้าราชการแห่งกรมชลประทาน
และเคยพยากรณ์ ดวงเมือง ปีที่ผ่านมารุนแรงดุเดือดและไม่ค่อยพลาด ที่ใจหายเพราะดวงเมืองปีนี้ที่ท่านทำนายทายทักเตือนไว้ล่วงหน้าตลอดทั้งปี ค่อนข้างน่าเป็นห่วง แค่เดือนมกราคม 2550 ท่านทายทักไว้ กรุงเทพฯจะเกิดวินาศกรรมครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตบาดเจ็บ ซึ่งจะตรงหรือบังเอิญไม่ทราบแต่ส่งท่ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมาเกิดลอบวางบึ้ม 8 จุดใน กทม. มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เจ็บ 38 ราย ท่านยังทำนายไว้ล่วงหน้าเดือนมกราคมนี้ จะมีอัคคีภัยร้ายแรงทั่วทุกภาคของไทย ผมก็เห็นทั้งวางเพลิง ไฟฟ้าช็อร์ตเผาวอดไปหลายแห่งแล้วทั้งโรงเรียน
วัด กุฏิ สถานีอนามัยตำบล ในหลายจังหวัด ยังไม่นับ
3 จว.ชายแดนภาคใต้
ที่น่าทึ่งท่านทำนายว่า จะเกิดรถไฟชนกันและตกราง คนตายและบาดเจ็บนับร้อย ก็มาอ่านเจอข่าวรถไฟ 2 ขบวนชนประสานงากัน เมื่อคืนวันที่
14 มกราคม ที่สถานีย่อย จ.ประจวบคีรีขันธ์
มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 109 ราย
ท่านโสรัจจะยังทำนายไปไกลถึงต่างชาติ ในสหรัฐอเมริกาจะคับขัน เผชิญวิกฤตการณ์ของโลกอย่างหนักหน่วงที่สุด เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่
ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ถ้าติดตามขณะนี้สหรัฐกำลังเจอพายุหิมะถล่มหนักหลายเมือง ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันกว่า 200 ราย มีผู้เสียชีวิตแล้ว
25 คน
ส่วนที่อินโดนีเซียท่านทำนายจะถูกภัยธรรมชาติอย่างรุนแรง สำแดงความหฤโหดกลืนชีวิตผู้คนจำนวนมหาศาล ลองย้อนไปตามข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเรือล่มที่อินโดนีเซีย ผู้โดยสารกว่า
600 คน จมทะเล เบื้องต้นเสียชีวิตไม่น้อยกว่า
300 คน
ผมยกมาเล่าแค่เดือนมกราคมนะครับ
ยังไม่ได้ยกคำทำนายของเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคม
2 เดือนข้างหน้า ที่ท่านโสรัจจะทายทักไว้ค่อนข้างจะรุนแรงเอาการอยู่เหมือนกัน ถ้าใครสนใจลองไปหาอ่านกัน 7 นัยยะบทให้สัมภาษณ์ข้างต้นแลเห็นได้ว่า
ที่มาของการจัดงานพิธีสยามมงคล (หรือทำบุญประเทศ) นั้นมาจากความเชื่อที่ระบุว่า
เมืองไทยจะลางไม่ดี ดวงเมืองจะนำไปสู่ความหายนะโดยการทำนายของหมอดู
เมื่อเป็นเช่นนี้ ปวงมุสลิมยิ่งไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้อง
หรือเข้าไปมีส่วนร่วมได้เลยแม้แต่น้อย
เพราะหากกิจการใดที่มีความเชื่ออื่นจากอิสลามปะปน
ห้ามมุสลิมปฏิบัติตามความเชื่อนั้นโดยเด็ดขาด
เพราะถือว่าเป็นการตั้งภาคีต่อพระองค์อัลลอฮฺ (ชิริก)
และยังถือว่าเขาผู้นั้นปฏิเสธคัมภีร์อัลกุรฺอานอีกด้วย ซึ่งท่านนบีมุหัมมัด
กล่าวไว้ว่า บุคคลใดที่ไปหาหมอดู, หมอไสยศาสตร์ หรือหมอทำนาย จากนั้นก็ถามเขา
(เรื่องหนึ่ง) แล้ว (ผู้ถาม) ก็เชื่อในคำทำนายของเขา
แน่นอนว่าเขาได้ปฏิเสธสิ่งที่ถูกประทาน
(หมายถึงอัลกุรฺอาน) ลงมาให้แก่นบีมุหัมมัด
8
3. เอาล่ะ
สมมติว่า การจัดงาน พิธีสยามมงคล ไม่เกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา มุสลิมก็ไม่สามารถร่วมได้อยู่ดี
เพราะในระหว่างการทำพิธีกรรมนั้น มีการร่วมหรือปะปนอยู่หลายศาสนา
ซึ่งแต่ละศาสนาย่อมมีความเชื่อที่แตกต่างกัน อาทิเช่นในภาคพิธีกรรมของศาสนาอื่นประกอบด้วย เสาหลักเมืองเป็นศูนย์รวมพิธีใช้พระเกจิอาจารย์ภาคกลาง 32 รูป ก็คือครบอาการ 32
ของมนุษย์ประกอบด้วย หัวหน้าพราหมณ์ พระราชครู บวงสรวงยันยะพิธี
- มุมเมืองทั้ง 4 ทิศ ได้แก่ เหนือ ใต้ ออก ตก และภาคกลาง อาราธนาพระเกจิอาจารย์ทั้ง
4 ภาค ภาคละ 24 องค์ คือพระเคราะห์คู่มิตร
และพระบารมีของเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
- เมื่อรวมจำนวนและเกจิอาจารย์ทั่วประเทศตามแผนภูมิทั้งหมดจะได้พลัง 108 พอดี ซึ่งเป็นพลังของมวลดาวพระเคราะห์ตามทักษาพยากรณ์
กล่าวคือ อาทิตย์ 6 จันทร์ 15 อังคาร 8 พุธ 17 เสาร์ 10 พฤหัสบดี 19 ราหู 12 และศุกร์ 21
-
สายสิญจน์วนรอบ 4 มุมเมือง 108 เส้น จากพระแก้วมรกตในพระบรมมหาราชวังผ่านพระรูปบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า มาจรดพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 9 และพระราชินีนาถ เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบรอบ 60 ปี (รวมทั้งเทียนชัย 1 เล่ม) อันเป็นพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และพระบรมจักรีวงศ์ทุกๆ พระองค์
- การเกิดอุปราคาที่แลเห็นเป็นความมืด จึงใช้ไฟฉายเครื่องบินระยะไกล ติดตั้งสี่มุมเมืองฉายในเวลาทำพิธีภาคกลางคืน ถือเคล็ดโดยการเอาแสงสว่างเข้าช่วยให้เรื่องทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นเป็นมงคลนิมิตอย่างมหัศจรรย์
- การทำพิธีการนี้กำหนด 12 วัน ติดต่อกัน
คือกำลังพระราหูนั่นเอง
- ควรทำพิธีในวันพุธที่ 31 มกราคม 2550 เป็นปฐมเริ่มแรกวันเพื่อประสงค์ต้องการให้พระราหูเป็นศรี หมายถึง ความสุขความเจริญตามทักษาพยากรณ์
เมื่อนับจากพุธเป็นบริวารซึ่งเกิดแต่กรรม (วันนี้จันทร์เกาะเพชฌฆาตฤกษ์
ต้องการความเด็ดขาดอันขลังและศักดิ์สิทธิ์)
- ธูปเทียนที่ใช้ในพิธีการวันละ 108 ดอก
ก็มาจากพลังของมวลดาวเคราะห์นั่นเอง
- น้ำพระพุทธมนต์ที่เสร็จพิธีนี้แล้ว มีค่ามหาศาลสุดที่จะพรรณนา (คมช.จะเป็นผู้พิจารณาต่อไปว่าจะทำใส่ขวดออกแจกจ่ายให้แก่ประชาชน หรือจำหน่ายหารายได้เข้าการกุศล) 9
ด้วยพิธีการต่างๆ ข้างต้นแล้ว
ตามหลักบทบัญญัติของอิสลามนั้น ห้ามมุสลิมเข้าร่วมพิธีกรรมดังกล่าวโดยเด็ดขาด
หากมุสลิมคนใดเข้าร่วมกิจกรรมเช่นนั้น ถือว่าเขาตั้งภาคีต่อพระองค์อัลลอฮฺ (ชิริก)
แล้ว อย่าว่าแต่กระนั้นเลย
การร่วมชุมนุม หรือร่วมพิธีกรรมยังสถานที่ซึ่งมีการกราบไหว้ หรือเคารพภักดีอื่นพระองค์อัลลอฮฺ
อิสลามยังไม่อนุมัติให้กระทำเลย ซึ่งท่านรสูลุลลอฮฺ
สั่งห้ามมิให้มุสลิมเข้าไปร่วมกิจกรรมยังบริเวณ หรือสถานที่ซึ่งมีการกราบไหว้,
เคารพภักดี (อิบาดะฮฺ) รูปปั้น หรือพระเจ้าอื่นจากพระองค์อัลลอฮฺ ท่านษาบิต
บุตรของเฎาะฮากเล่าว่า ชายผู้หนึ่งบนบาน
(นะซัร) ว่าจะเชือดอูฐหนึ่งตัว ณ บริเวณ (ที่เรียกว่า) บุวานะฮ, ท่านรสูลุลลอฮฺ
จึงถามเขาว่า ณ สถานที่แห่งนั้นเคยมีรูปเจว็ดหนึ่งจากบรรดารูปเจว็ดที่เคยถูกเคารพภักดีในสมัยญาฮิลียะฮ์ (หมายถึงสมัยก่อนที่ท่านรสูล
ถูกแต่งตั้งให้เป็นนบี) หรือไม่ ? บรรดาเศาะหาบะฮฺ (เหล่าสหายของท่านนบี) ตอบว่า
ไม่เคยมีการกระเช่นนั้นครับ, ท่านรสูล
ถามต่ออีกว่า
สถานที่แห่งนั้นเคยมีการจัดงานวันรื่นเริงของพวกเขาหรือไม่ ? บรรดาเศาะหาบะฮ์ก็ตอบว่า ไม่เคยมีการกระทำกันครับ, ท่านรสูล
จึงกล่าวขึ้นว่า
เช่นนั้นท่านจงทำให้สิ่งที่ท่านบนบานให้ครบถ้วนสมบูรณ์เถิด
แท้จริงไม่มีการทำบนบานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ในเรื่องของการฝ่าฝืนพระองค์อัลลอฮ์ 10
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว
การที่มุสลิมจะเข้าร่วมพิธีกรรมซึ่งมีความเชื่อจากศาสนาอื่น
หรือเข้าร่วมพิธีกรรมที่มีการกราบไหว้เคารพภักดีรูปปั้น,รูปเจว็ด
หรือพระเจ้าอื่นจากพระองค์อัลลอฮฺนั้นจึงเป็นการขัดกับหลักการของอิสลามอย่างชัดเจน
และมีความผิดในฐานะที่ยอมรับต่อการอิบาดะฮฺอื่นจากพระองค์อัลลอฮฺอีกด้วย
ดั่งหลักฐานจากคัมภีร์อัลกุรอานตรัสไว้ว่า และแน่นอนอัลลอฮฺได้ทรงประทานลงมาแก่พวกเจ้าแล้วในคัมภีร์นั้น เมื่อพวกเจ้าได้ยินโองการของอัลลอฮฺถูกปฏิเสธและถูกเยาะเย้ย ดังนั้นจง (ประท้วง)
อย่านั่ง(ชุมนุม)กับพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะพูดคุยกันในเรื่องอื่นจากนั้น มิฉะนั้นพวกเจ้าจะเป็นเยี่ยงพวกเขาโดยแท้ 11
และอีกอายะฮฺหนึ่งพระองค์ทรงตรัสไว้ว่า และเมื่อเจ้าเห็นบรรดาผู้ซึ่งกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในบรรดาโองการของเราแล้ว ก็จงออกห่างจากพวกเขาเสีย จนกว่าพวกเขาจะวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องอื่นจากนั้น 12
ด้วยเหตุนี้ผมจึงชี้แจงข้อมูลบัญญัติแห่งอิสลามที่ถูกต้องให้แก่รัฐบาลไทยได้รับทราบ
ทั้งนี้หวังเพียงว่า
ทางรัฐบาลไทยจะได้นำไปทบทวนต่อการจัดงานพิธีสยามมงคลในครั้งนี้
หรือการจัดงานอื่นที่คล้ายคลึงกับรูปแบบงานดังกล่าว และหวังอย่างยิ่งว่า
ทางรัฐบาลไทยจะได้เข้าหลักการของอิสลาม ด้วยความเข้าใจดังกล่าวจักได้รู้ว่า
จุดยืนของมุสลิมนั้นมิได้ต้องการสร้างความแตกแยก
หรือต้องการแข็งข้อกับรัฐบาลไทยเลยแม้แต่น้อย เพราะเราอยู่ในสังคมเดียวกันได้
อีกทั้งก็อยู่ร่วมกันมาช้านานแล้ว เพียงแต่ว่าเราต่างกันซึ่งความเชื่อเท่านั้นเอง
ซึ่งเมื่อเป็นความเชื่อ เราก็ต้องให้เกียรติในเรื่องของความเชื่อของแต่ละศาสนามิใช่หรือ? อนึ่ง
ทางรัฐบาลไทยเคยให้สัมภาษณ์อยู่บ่อยครั้งว่า
ปัญหาทางภาคใต้ที่เกิดขึ้นนั้นมาจากความไม่เข้าใจในวัฒนธรรม
และวิถีชีวิตของมุสลิมทางภาคใต้จึงทำให้เกิดปัญหามากมาย และต่อเนื่องมาโดยตลอด, ผม
และมุสลิมในประเทศไทยจึงไม่ปรารถนาให้ทางรัฐบาลไทยมองเรื่องการนำศาสนาอิสลามเข้าไปร่วมในพิธีสยามมงคลถือเป็นเรื่องเล็กน้อย
เพราะเรื่องการตั้งภาคี (ชิริก) ในทัศนะของอิสลามถือว่าเป็นเรื่องใหญ่อันดับแรก
ที่ปวงมุสลิมจำเป็นจะต้องละทิ้งโดยเด็ดขาด
เมื่อเป็นเช่นนี้ทางรัฐบาลไทยก็ต้องพยายามเข้าใจ และให้เกียรติเราในฐานะมุสลิม
ซึ่งเป็นคนไทยส่วนหนึ่งในประเทศสยาม (หรือประเทศไทย) นี้ด้วย
อนึ่ง
ทางรัฐบาลไทยอาจจะสงสัยว่า ในเมื่อการร่วมงาน พิธีสยามมงคล (หรือทำบุญประเทศ)
ไม่ถูกต้องตามหลักการของอิสลาม
ทำไมสำนักจุฬาราชมนตรีจึงไม่ชี้แจงให้ทางรัฐบาลไทยได้รับทราบว่ามุสลิมร่วมงานดังกล่าวไม่ได้? คำถามนี้ ผู้เขียนขอแสดงทัศนะดั่งนี้ว่า
มุสลิมในประเทศไทยเกือบทั้งหมด 13
โดยเฉพาะนักวิชาการมุสลิมก็ระบุตรงกันว่า พิธีกรรมดั่งกล่าวมุสลิมไม่สามารถร่วมได้
ซึ่งผู้เขียนและมุสลิมในประเทศไทย (เกือบทั้งหมด) ก็ยังไม่ทราบว่าทำไมสำนักจุฬาราชมนตรีจึงไม่ชี้แจงสิ่งข้างต้นให้แก่รัฐบาลได้ทราบข้อมูลที่แท้จริง
แต่ก็ไม่เป็น ประเด็นนี้ก็เป็นหน้าที่ของผู้เขียน, นักวิชาการ
และมุสลิมส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะต้องเข้าไปสอบถาม
และค้นหาความจริงในประเด็นข้างต้นต่อไป (อินชาอัลลอฮฺ)
ท้ายนี้ขอให้ทางรัฐบาลช่วยทบทวน
หรือตรวจสอบข้อมูลที่ผู้เขียนอธิบายมาแล้วข้างต้นว่าผิดไปจากหลักการอิสลามหรือไม่อย่างไร?
ทั้งนี้เพื่อให้ทางรัฐบาลได้เข้าใจหลักการที่ถูกต้องของอิสลามมากยิ่งขึ้น
และจักได้ระมัดระวังเรื่องที่จะเข้าไปเกี่ยวกับความเชื่อ
หรือเกี่ยวข้องกับข้อห้ามของอิสลามอีก
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้แก่รัฐบาลไทย, ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม
และผู้ที่เป็นมุสลิมในประเทศไทยได้ไม่มากก็น้อย
(ขอความสันติสุขจงมีแด่พวกท่านทั้งหลาย)
เชิงอรรถ
1 สูเราะฮฺ (บท) อัลกาฟิรูน (ชื่อบท) อายะฮฺ (ส่วน) ที่ 6
2 http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=9394
3 สูเราะฮฺบะเราะเกาะฮฺ อายะฮฺที่ 155-156
4 สูเราะฮฺอัลอันบิยาอ์ อายะฮฺที่ 33
5 บันทึกโดยบุคอรีย์ และมุสลิม
6 สูเราะฮฺ (บท) อัลกาฟิรูน (ชื่อบท) อายะฮฺ (ส่วน) ที่ 6
7 http://news.sanook.com/scoop/scoop_82311.php
8 มุสนัดอิมามอะหฺมัด เลขที่ 9171
9 http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=9394
10 บันทึกโดยอบูดาวูด หะดีษ 2881
11 สูเราะฮฺ (บท) อันนิสาอ์ (ชื่อบท) อายะฮฺ (ส่วน) ที่ 140
12 สูเราะฮฺอัลอันอาม อายะฮฺ 68
13 ยกเว้นมุสลิมส่วนหนึ่งที่ไปร่วมพิธีสยามมงคล
ที่เข้าใจว่าพิธีดังกล่าวมุสลิมร่วมได้